หนังฝรั่ง : Leave No Trace ปรารถนาไร้ตัวตน มันเป็นเรื่องราวของพ่อกับลูก วิล (Ben Foster) และทอม (Thomasin Harcourt McKenzie) วิลเป็นทหารผ่านศึกผู้ที่มีความหลังฝังใจอะไรบางอย่าง เขาจึงเลือกจะมีชีวิตอยู่ในป่า ตอนนี้เขาลักลอบใช้ชีวิตอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติอันเป็นที่ต้องห้าม ชีวิตที่ดูเหมือนจะพยายามแปลกแยกออกมาจากสังคม แต่หลายครั้งก็ต้องยอมเข้าเมืองเพิ่มซื้ออาหารและสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีพ

ชีวิตประจำของพวกเขานอกจากหุงหาและกินอาหารแล้วก็คือการซ้อมหนีด้วยการพรางตัวให้แนบเนียนที่สุด แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ถูกค้นพบจนได้ สองพ่อลูกถูกจับแยกเพื่อทำการสอบสวนและทำแบบทดสอบบางอย่าง ก่อนถูกพายังสถานที่แห่งหนึ่ง บ้านแห่งใหม่ สถานที่แห่งใหม่ที่ทำให้ทอมได้เรียนรู้บางสิ่งที่ไม่เคยได้เรียนรู้

มันเป็นหนังที่ถ่ายสภาพภายในป่าเอาไว้สวยมาก ช่วงเวลาของที่ต้นไม้สีเขียวกินเวลาครึ่งหนึ่งของหนังเลยทีเดียว หนังที่เล่าเรื่องราวของพ่อกับลูกสาวที่ใช้ชีวิตแบบมนุษย์เร่ร่อน แอบหลบซ่อนอย่างไร้ร่องรอยอยู่ในป่า ทว่าลูกสาวก็มักจะเป็นคนทำให้ถูกพบเจอทุกที

ความแตกต่างระหว่างพ่อกับลูกสาว
ตัวพ่อต่างหากที่มีแผลเป็นฝังใจจนเลือกจะหลบลี้หนีผู้คน แต่ลูกสาวไม่ได้คิดอย่างนั้น ในวันที่พวกเขาถูกพบเจอจนพาออกมา หาที่อยู่อาศัยให้ ผู้เป็นพ่อกลับรู้สึกอึดอัดไม่ชอบใจ ที่สุดก็พาลูกสาวที่เริ่มจะชอบชีวิตใหม่นี้แต่ขัดใจพ่อไม่จึงต้องติดตามพ่อไป

พ่อกับลูกคือคนที่ต่างวัยและต่างประสบการณ์ พ่อเป็นเหมือนตัวแทนของคนที่เคยผ่านพบความปวดร้ายและกลายเป็นจุดเปลี่ยนแห่งชีวิต จึงหลีกหนีเพื่อไม่ต้องกลับไปพบเจอสิ่งนั้น วันที่เขาต้องกลับมาพบเจอหน้ามนุษย์อีกครั้ง กลับปิดใจไม่ปรับตัว กลายเป็นความอึดอัดแล้วอยากหันหนีกลับไปอยู่ในป่าเช่นเดิม

ขณะที่คนเป็นลูกสาวที่เติบโตมาในป่าโดยไม่เคยพบเจอโลกภายนอก ก็ย่อมอยากจะเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่นั้น ความเป็นอยู่ในบ้านและพบเจอกับผู้คนแม้จะเป็นสิ่งใหม่ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรกับเธอ แต่ดูเหมือนเธอจะไร้ซึ่งทางเลือกในเมื่อพ่อไม่ยินยอม ทั้งที่พยายามจะยื้อให้พ่ออยู่ด้วยแล้วก็ตามที

นอกเหนือจะเรื่องความต่างทางความคิดของพ่อกับลูกสาว หนังก็ยังพูดไปถึงกรอบของสังคมมุษย์อีกด้วย ในวันที่สองพ่อลูกถูกพาเข้าเมือง พวกเขาก็ต้องไปทำแบบทดสอบอะไรต่างๆ นานา มีบางคำถามที่ชวนฉุกคิดในใจ

หนังจะมีครึ่งหนึ่งที่เป็นฉากนอกป่า อยากจะเป็นบนรถ ข้างถนนในเมือง ในศูนย์อะไรสักที่ หรือแม้กระทั่งในบ้านที่ยินดีรับทั้งสองเข้าไปอยู่ ซึ่งภาพของมันช่างขัดแย้งกับป่าที่สองคนเข้าไปอยู่เหลือเกิน หากแต่สถานที่แหล่งสุดท้ายดูจะเป็นการประนีประนอมกันที่สุดแล้วระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

บางทีเราก็อาจจะอยู่กับความสะดวกสบายกันจนมากเกินไป ปล่อยให้เทคโนโลยีเข้ามาครอบคลุมในชีวิตมากเกิน ทั้งๆ ที่เราก็อยู่กันแบบง่ายๆ ได้ หยิบเครื่องมือเครื่องใช้บางอย่างมาช่วยได้แต่พอดี

แค่การได้มองภาพของผืนป่าและต้นไม้สีเขียวก็นับว่าเพลินตามากพอดูแล้ว การเดินเรื่องที่ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ทำให้เราได้มีเวลาให้สมองและจิตใจได้คิดและเข้าใจตามไป ซึมซับกับช่วงเวลาเหล่านั้นได้เต็มที่แต่อาจจะเป็นศัตรูตัวดีเลยล่ะสำหรับคนที่คาดหวังหรือชมชอบกับหนังที่ต้องตื่นเต้นเร้าใจมีอะไรแปลกใหม่ตลอดเวลา